ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี
Kanchanaburi Juvenile And Family Court

ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี
image

ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี

การดำเนินคดีอาญาในศาลเยาวชนและครอบครัว

ความหมายของเด็กและเยาวชน

เด็ก หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุเกินกว่าอายุที่กำหนดไว้ตามมาตรา 73 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แต่ยังไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์

เยาวชน หมายถึง บุคคลอายุเกินสิบห้าปีบริบูรณ์แต่ยังไม่ถึง   สิบแปดปีบริบูรณ์

การจับกุมเด็กและเยาวชน

การจับกุมเด็ก ห้ามมิให้จับกุมเด็ก เว้นแต่

  •  เด็กกระทำความผิดซึ่งหน้า
  •  มีหมายจับของศาล
  •  มีคำสั่งของศาล

การจับกุมเยาวชน จะจับกุมเยาวชนโดยไม่มีหมายจับ หรือคำสั่งศาลมิได้ เว้นแต่
๑) เยาวชนได้กระทำความผิดซึ่งหน้า

๒) มีพฤติกรรมอันควรสงสัยว่าเยาวชนน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น

๓) มีเหตุจะออกหมายจับเยาวชนแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้

๔) เป็นการจับเยาวชนที่หนีหรือจะหลบหนีระหว่างถูกปล่อยชั่วคราว

การตรวจสอบการจับ

๑) ตรวจสอบว่ามีการส่งตัวเด็กหรือเยาวชนมาศาลภายใน ๒๔ ชั่วโมง หรือไม่

๒) ศาลจะตั้งที่ปรึกษากฎหมายให้ ถ้าเด็กหรือเยาวชนยังไม่มี

๓) ตรวจสอบว่าเป็นเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดหรือไม่

๔) การจับเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ปล่อยตัวเด็กหรือเยาวชนไป

 ๕) การปฏิบัติต่อเด็กหรือเยาวชนเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

 

การควบคุมตัวเด็กหรือเยาวชนหลังการตรวจสอบการจับ

  •  ศาลอาจมอบตัวเด็กหรือเยาวชนให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองเป็นผู้ดูแลระหว่างดำเนินคดี
  •  ถ้าเด็กหรือเยาวชนมีลักษณะหรือพฤติการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อบุคคลอื่นหรือมีเหตุสมควรประการอื่น ศาลอาจควบคุมไว้ที่สถานพินิจหรือสถานที่อื่นตามที่เห็นสมควร
  •  ควบคุมไว้ในเรือนจำหรือสถานที่อื่นในกรณีที่เยาวชนมีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีลักษณะหรือพฤติการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อบุคคลอื่น หรือมีอายุเกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์

การสอบสวน

  •  กระทำในสถานที่เหมาะสม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ปะปนกับผู้ต้องหาอื่น
  •  ใช้ภาษาและถ้อยคำที่ทำให้เด็กหรือเยาวชนเข้าใจได้ง่าย จัดหาล่าม หรือเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกให้
  •  จัดที่ปรึกษากฎหมายให้ทุกครั้ง
  •  ให้บิดามารดาผู้ปกครองเข้าฟังการสอบสวนได้

การผัดฟ้อง มีหลักเกณฑ์ดังนี้

เมื่อจับกุมเด็กหรือเยาวชนแล้วพนักงานสอบสวนต้องรีบสอบสวนและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องให้ทันภายใน ๓๐ วัน หากยื่นฟ้องไม่ทันพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการต้องขอผัดฟ้องต่อศาล ดังนี้

๑) ความผิดที่มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกเกิน ๖ เดือน แต่ ไม่เกิน ๕ ปี ผัดฟ้องได้ ๒ ครั้ง ๆ ละ ไม่เกิน ๑๕ วัน

๒) ความผิดที่มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกเกิน ๕ ปี           ผัดฟ้องได้  ๔ ครั้ง ๆ ละ ไม่เกิน ๑๕ วัน

การผัดฟ้องถ้าไม่มีที่ปรึกษากฎหมายให้ศาลตั้งที่ปรึกษากฎหมายให้ด้วย และหากยื่นฟ้องเกินกำหนดเวลาต้องได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย

 

การฟ้องคดีอาญา

ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว โดยไม่คำนึงว่าขณะยื่นฟ้องจำเลยมีอายุพ้นเกณฑ์เยาวชนแล้วหรือไม่ เนื่องจากให้ถืออายุเด็กหรือเยาวชนในวันที่การกระทำความผิดได้เกิดขึ้น

 

มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา

 มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีก่อนฟ้องคดี

  •  เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน เว้นแต่ ประมาท ลหุโทษ
  •  เด็กหรือเยาวชนสำนึกในการกระทำความผิดก่อนฟ้องคดี
  •  ผอ.สถานพินิจเห็นว่าเด็กหรือเยาวชนจะกลับตัวเป็นคนดีโดยไม่ต้องฟ้องจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูให้เด็กหรือเยาวชนปฏิบัติ
  •  การจัดทำแผนต้องได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย และเด็กหรือเยาวชนที่กระทำความผิด
  •  เสนอแผนแก้ไขฟื้นฟูเพื่อให้อัยการพิจารณาหากเห็นชอบ ดำเนินการตามแผน และรายงานต่อศาล
  •  หากศาลเห็นชอบให้พนักงานสอบสวน อัยการ งดการดำเนินคดีไว้ก่อน และมิให้นับระยะเวลาปฏิบัติตามแผนรวม          เข้าในกำหนดเวลาผัดฟ้อง
  •  หากศาลไม่เห็นชอบด้วยกับแผน ให้ดำเนินคดีแก่เด็กหรือเยาวชนต่อไป
  •  หากเด็กหรือเยาวชนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแผนให้ดำเนินคดีแก่เด็กหรือเยาวชนต่อไป
  •  หากเด็กหรือเยาวชนดำเนินการตามแผนครบถ้วนแล้วพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ  แต่ไม่ตัดสิทธิผู้มีส่วนได้เสียฟ้องทางแพ่ง

 มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีหลังฟ้องคดี

  •  เด็กหรือเยาวชนทำผิดอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๒๐ ปี ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน เว้นประมาท ลหุโทษ
  •  เด็กหรือเยาวชนสำนึกในการกระทำความผิด
  •  ผู้เสียหายยินยอม และโจทก์ไม่คัดค้าน
  •  ศาลสั่งให้ ผอ.สถานพินิจหรือบุคคลที่ศาลเห็นสมควรจัดทำแผนแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูเด็กหรือเยาวชนเสนอต่อศาล
  •  เมื่อศาลเห็นชอบให้สั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว ถ้าไม่เห็นชอบให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
  •  หากเด็กหรือเยาวชนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแผนให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป
  •  หากเด็กหรือเยาวชนดำเนินการตามแผนครบถ้วนแล้วให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีและมีคำสั่งเรื่องของกลาง โดยให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้มีส่วนได้เสียฟ้องทางแพ่ง

 

การพิจารณา

  •  เมื่อศาลรับฟ้องแล้ว ศาลแจ้งให้สถานพินิจ บิดามารดา ผู้ปกครองทราบนัด และหากเห็นสมควรจะสั่งให้มาฟังการพิจารณาด้วยก็ได้
  •  การพิจารณาเป็นการลับ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้นมีสิทธิเข้าฟังการพิจารณาคดี
  •  การพิจารณาคดีไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาโดยเคร่งครัด
  •  พิจารณาคดีในห้องที่มิใช่ห้องพิจารณาคดีธรรมดา หรือ ไม่ปะปนกับการพิจารณาคดีธรรมดา
  •  ห้ามมิให้ใช้เครื่องพันธนาการ เว้นแต่คดีที่มีอัตราโทษจำคุกเกิน ๑๐ ปี

 

การพิพากษา

  •  ศาลจะพิพากษาลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กหรือเยาวชนได้เมื่อได้รับรายงานจาก ผอ.สถานพินิจแล้ว
  •  การอ่านคำพิพากษาให้กระทำเป็นการลับ
  •  ถ้าศาลเห็นว่ายังไม่สมควรมีคำพิพากษา ศาลจะกำหนดเงื่อนไขหรือส่งไปยังสถานพินิจหรือสถานที่ที่เห็นสมควรหรือใช้วิธีการสำหรับเด็ก  หรือเยาวชนถ้าปฏิบัติครบถ้วน ศาลสั่งยุติคดีโดยไม่ต้องมีคำพิพากษา
  •  ศาลจะคำนึงถึงสวัสดิภาพและอนาคตของเด็กหรือเยาวชนซึ่งควรจะได้รับการฝึกอบรม สั่งสอน และสงเคราะห์ให้กลับตนเป็นพลเมืองดียิ่งกว่าลงโทษ และคำนึงถึงบุคลิกลักษณะสภาพร่างกายและจิตของเด็กหรือเยาวชนซึ่งแตกต่างกันเป็นคนๆไปและลงโทษหรือเปลี่ยนโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนให้เหมาะสมกับเด็กหรือเยาวชน และพฤติการณ์เฉพาะเรื่อง แม้เด็กหรือเยาวชนนั้นจะได้กระทำความผิดร่วมกัน


 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

กลุ่มงานบริการประชาชนและประชาสัมพันธ์

ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี

งานบริการประชาชนและประชาสัมพันธ์

www.kcbjc.coj.go.th

e-mail : [email protected]